Categories
News

คนงานก่อสร้างพบศพในช่องกำแพง คาดเหยื่อพลัดตกแล้วติดอยู่นานเกือบสองปี

โจเซฟ เอ็ดเวิร์ด เมจิคา หายออกไปจากที่พักนานกว่า 2 ปี ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน จนกระทั่งตำรวจพบศพของเขาในลักษณะแห้งกรังคล้ายมัมมี่ อยู่ในไซต์งานก่อสร้างที่เมืองโอคแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

ตำรวจเชื่อว่า แม่ของเมจิคา เป็นผู้ที่พบเห็นเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหายตัวไปเมื่อเดือน ส.ค. 2563 และเธอเป็นผู้ที่ไปแจ้งความคนหายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

ต่อมาในวันที่ 9 มี.ค. 2565 ตำรวจได้ติดต่อกลับไปหาแม่ของเมจิคา เพื่อแจ้งว่ามีการพบศพของเขาอยู่ในกำแพงอาคารศูนย์ประชุมเฮนรี เจ. ไคเซอร์ เมืองโอคแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยคนงานก่อสร้างเป็นผู้พบร่างของเขาซึ่งอยู่ในลักษณะแห้งกรังเหมือนมัมมี่ในระหว่างการรื้อถอนผนังเบาภายในศูนย์ประชุม

ร้อยตำรวจโท เรย์ เคลลี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ร่างของ เมจิคา น่าจะติดอยู่ในผนังดังกล่าวมาเป็นเวลาราว 1 ปีครึ่ง โดยเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เขาอาจจะเกิดอุบัติเหตุพลัดตกลงมาจากหลังคาของอาคารเหนือจุดที่มีการพบศพของเขา

เจ้าหน้าที่ยังไม่แน่ใจว่าเขามาติดอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร โดยคาดว่าเขาอาจจะพยายามปีนลงไปตรงผนังดังกล่าวหรือเกิดป่วยกะทันหัน ทำให้ตกลงไปแล้วติดอยู่ตรงนั้นโดยหาคนช่วยไม่ได้

อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนไม่พบหลักฐานว่าเป็นการฆาตกรรม หรือมีร่องรอยว่ามีคนอื่นนำร่างของเขาไปไว้ตรงจุดที่พบศพ และไม่มีร่องรอยว่าเขาจะตกเป็นเหยื่อของการฆาตกรรม

เมจิคา อยู่ในวัย 40 ปีตอนที่เขาหายตัวไป เขาทำตัวเป็นคนเร่ร่อน และมีประวัติก่อคดีอาชญากรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ หลายคดี เช่น ลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

เคลลี่ ระบุว่า เมจิคามีปัญหาเรื่องการใช้ยาเสพติด และมีประวัติว่าชอบลักขโมยลวดทองแดงและโลหะมีค่าจากอาคารต่าง ๆ 

เจ้าหน้าที่สืบสวนไม่สามารถระบุตัวตนของ เมจิคา ได้ทันทีในตอนแรก และต้องสั่งให้มีการชันสูตรศพจนสามารถสืบหาได้ว่าเขาเป็นใครจากหมายเลขประจำชิ้นส่วนโลหะที่มีการผ่าตัดใส่ไว้ตรงข้อเท้าของเขาเพื่อดามกระดูกเนื่องจากอาการบาดเจ็บ เมื่อนำหมายเลขไปสืบค้นจากประวัติการรักษาก็ทำให้รู้ว่าเจ้าของชิ้นส่วนคือ เมจิคา ซึ่งมีข้อมูลอยู่ในประกาศแจ้งความคนหาย

เคลลี่ กล่าวว่า สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญก็คือการหาคำตอบให้แม่ของ เมจิคา ที่สงสัยมาตลอดเวลากว่า 2 ปีว่าลูกชายของเธอหายไปไหน และเกิดอะไรขึ้นกับเขา